[Review] Tomorrowland

posted on 28 May 2015 13:51 by welcome-to-my-world in Movies directory Entertainment
 
 
เมื่อวานได้มีโอกาสไปชมเรื่อง Tomorrowland มาค่ะ
เป็นหนังที่ตั้งตารอคอยอยากไปชมมากๆ ส่วนหนังจะเป็นอย่างไรบ้าง
มารีวิวกันเลยดีกว่าค่ะ
 
สำหรับเรื่อง Tomorrowland นี้สร้างโดย Walt Disney Pictures 
ผู้กำกับคือ Brad Bird ที่เคยฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Ratatouille
และนักแสดงนำ ได้แก่ George Clooney, Judy Greer, Britt Robertson, Raffey Cassidy
 
เรื่องย่อ
เรื่องราวของ Tomorrowland เริ่มขึ้นเมื่อ เคย์ซี่ นิวตัน (บริท โรเบิร์ตสัน) หญิงสาวได้พบกับเข็มกลัดลึกลับ ซึ่งแค่เพียงเธอสัมผัส ก็สามารถนำพาเธอไปยังสถานที่ๆ แตกต่างออกไปจากโลกที่เธอยืนอยู่ นั่นคือ ดินแดนแห่งอนาคต “Tomorrowland” โดยที่เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง หรือเพียงแค่ฝันไป อย่างไรก็ตาม… ท่ามกลางปริศนาความเป็นมาของสิ่งที่เธอได้พบเจอ ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับ จอร์จ คลูนี่ย์ (แฟรงค์ เวลเคอร์) นักประดิษฐ์ผู้ล้มเหลวและเลือกใช้ชีวิตสันโดษ ภายในบ้านไร่ที่เขาเติบโตขึ้นมา โดยยังคงยึดมั่นอยู่กับความใฝ่ฝันที่จะสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก 
 
 
 
**เนื้อหาด้านล่างเปิดเผยเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ ถ้าไม่อนากโดนสปอยขอให้หลีกหนีไปค่ะ**
 
เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นหนังของ Disney นั้นหนังก็จะเปิดมาด้วยปราสาทเจ้าหญิงนิทรา
ที่เป็นสัญลักษณ์ของdisney นั่นเองค่ะ แต่ครั้งนี้แปลกกว่าครั้งไหนๆ ก็คือ
เค้าได้ดัดแปลงปราสาทให้เป็น Tomorrowland ค่ะ เปลี่ยนให้เป็นตึกในอนาคต
และมียานอวกาศบินรอบๆ ซึ่งสวยงามมากๆ เลยค่ะ
และเมื่อเริ่มเข้าเนื้อเรื่องเค้าก็ใช้วิธีการดำเนินเรื่องเป็น Flashback ค่ะ
โดยให้แฟรงก์และเคย์ซี่ เล่าเรื่องราวของ Tomorrowland นั่นเองค่ะ
ซึ่งส่วนแรกจะเป็นแฟรงก์เล่าก่อนและถูกขัดจังหวะด้วยเคย์ซี่จากนั้นเธอก็จะเล่าเรื่องยาวไปเลยค่ะ
ในความคิดเห็นของเรานะคะ เราว่าตอนแรกๆนี้แอบรู้สึกน่าเบื่อ ดูไม่ค่อยน่าสนใจ
ช่วงที่แฟรงก์เล่าๆอยู่แล้วเคย์ซี่แทรกอ่ะค่ะ แอบรู้สึกยืดเยื้อเบาๆ แต่หลังจากที่เคย์ซี่เล่ายาวๆไป
ก็โอเคค่ะ เราชอบที่เค้าแทรกมุกตลกลงไปเล็กๆ น้อยๆ 
เรารู้สึกว่าเรื่องราวของหนังไม่ค่อยน่าสนใจเท่าที่ควรค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วแก่นสารของเรื่องก็คือ
ให้ทุกคนพยายามรักษาโลกของเราก่อนที่อะไรๆจะสายเกินไป ดังเช่นที่ในหนังที่เคย์ซี่ค้นพบว่า
ในอีกเกือบๆ 2 เดือน โลกจะแตก โดยเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ที่จริงๆ แล้วเป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์เราเองทั้งนั้นค่ะ คือไม่ได้ว่าเนื้อเรื่องไม่ดีนะคะ แต่เรารู้สึกเบื่อกับเนื้อหาพวกนี้อ่ะค่ะ ที่คาดหวังไว้มันไม่ใช่แบบนี้ แต่พอมาดูแล้วก็แอบผิดหวังเล็กๆค่ะ
แต่ในเรื่องของคอมพิวเตอร์การฟิกต่างๆ นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ สุดยอดมากๆ
สวยงาม เหมือนจริง เจ๋งสุดๆค่ะ 
ในด้านนักแสดงเราว่าก็โอเคนะคะ ยิ่งได้ George Clooney มาด้วยแล้วไม่ต้องห่วงเลยค่ะว่าการแสดงจะแย่ สำหรับเคย์ซี่ หรือ Britt Robertson นะคะ เธอก็เล่นได้ดีเป็น ธรรมชาติดีค่ะ และก็ผู้รับบทเป็นอธีน่า น้องRaffey Cassidy เราชอบมากๆ เลยน้องแสดงได้น่ารักดีค่ะ ชอบค่ะ ^^
 
โดยรวมแล้วเราคิดว่า เนื้อเรื่องไม่ค่อยน่าสนใจค่ะ เหมือนมันได้อีกอ่ะค่ะ
ไม่สุดอ่ะ ดูแล้วแบบน่าจะได้อีกๆๆๆ แต่พวก CG เยี่ยมไปเลย
ก็ขอให้คะแนนสักนิดละกันนะคะ เต็ม 5 ให้สัก 3 ค่ะ
 
 
เข็มกลัดที่อธีน่ามอบให้แฟรงก์และเคย์ซี่
 

เหงาจัง คิดถึงจัง

posted on 09 May 2014 01:06 by welcome-to-my-world in Life directory Diary
ช่วงนี้รู้สึกเหงามากๆ มองคนมีคู่แล้วยิ่งเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ
คิดแต่ว่า ทำไมเราถึงไม่มีแบบเค้าบ้างนะ
แต่ก่อนก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก เออไม่มีก็ไม่เห็นตายเลย
คนเราเกิดมาคนเดียว ตายคนเดียวจะเป็นอะไรไป
แต่ช่วงนี้ ตอนนี้อ่ะ มันเริ่มรู้สึกเหงาๆ เบื่อๆกับการอยู่คนเดียวแล้วอ่ะ
คิดว่าอยากจะมีใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อน
มาคอยคุยกันทั้งวันทั้งคืน
มาคอยไปไหนมาไหนด้วยกัน
มาคอยทำอะไรด้วยกัน
ทำไมก้ไม่รู้อ่ะ เฮ้อ
นี่สินะคนที่อายุขึ้นเลข 2 แล้วแต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักกับเค้าสักที
ยิ่งนานไปกว่านี้ก็คงยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ สินะ
 
ก้ไม่รู้สิ ทำไมเวลาเพื่อนๆแบบกรี๊ดใคร ทำไมเราไม่กรรี๊ดกรีาดไปกับเค้าด้วยนะ
หรือว่าเป็นเพราะในใจของเรายังคงคิดถึง...ใครบางคนอยู่น้าาา
 
ก็จริงอยู่ที่เราไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักอ่ะนะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยรักใครนี่
ที่เราไม่มีใคร ไม่ชอบใครอาจเป็นเพราะว่า...
เรายังลืมความรัก (ข้างเดียว) ครั้งแรกไม่ได้ละมั้ง...
มันเกิดขึ้นตั้งแต่ ป.4แล้ว นานมากทีเดียว 10 ปีได้แล้วหละ
แต่เราก็ยังจำจนถึงทุกวันนี้เลย...
เขาเป็นคนสนุกสนาน มีความคิดที่ไม่เหมือนใคร
เป็นคนช่างคิด ช่างประดิษฐ์ แอบตลกบ้าง
เราจำเกือบทุกอย่างที่เป็นเค้าได้ดีเลย
เขาชอบทำอะไร เก่งอะไร แพ้อะไร
 
เราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะยังจำเราได้มั้ย เพราะถึงแม้ตอนป.4กับป.5นั้นเราจะสนิทกันมาก
แต่พอหลังจากนั้นเราก็ห่างเหินกันไป และไม่เคยคุยกันอีกเลย แต่ก็ยังเห็นๆหน้าเค้าอยู่
เพราะว่าม.ต้นเราาอยู่โรงเรียนเดียวกัน
แต่พอขึ้นม.ปลาย ก็แยกกันไปคนละโรงเรียน
เราเรียนที่เดิม เขาย้ายไปที่ใหม่ จากนั้นเราก็ไม่เคยเจอเค้าอีกเลย...
 
แม้มันจะเป็นรักในวัยเยาว์ก็เถอะ
แต่ครั้งนั้นมันก็เป็นรักแรก และรักเดียวของเราจนถึงตอนนี้
เราไม่เคยมีโอกาสได้บอกกับเค้าหรอก จนถึงวันที่เราแยกย้ายกันไป
เราก็ไม่เคยเจอเค้าอีกเลย เราได้แต่แอบส่องเค้าจากFacebook เท่านั้นเอง
ซึ่งเค้าก็ไม่ค่อยได้เล่นเท่าไหร่ด้วย
ทุกครั้งที่เราคิดถึงเค้า เราก็จะรู้สึกใจเต้น 
และเมื่อสักครู่นี้ก่อนเราจะมาเขียนบล็อค เราไปเปิดดูรูปเค้า
แล้วก็แอบน้ำตาซึมๆ ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไร 
อาจเป็นเพราะ...เราคิดถึงเค้า...มั้ง
 
หากมีโอกาสไหนให้เราได้เจอกันอีก เราอยากจะบอกความรู้สึกกับเขาจัง
มันอาจทำให้เราสบายใจขึ้น
อาจทำให้เราเดินหน้าต่อไปได้
อาจทำให้เรามีความกล้าในเรื่องความรักมากขึ้น
อาจทำให้เราไม่ต้องยึดติดกับอดีตเช่นนี้...

[Review] About Time

posted on 16 Mar 2014 23:43 by welcome-to-my-world in Movies directory Entertainment
 
About Time เป็นหนังRomantic - Comedy ที่หลายคนพูดถึงและชอบกันมาก เราก็เป็นหนึ่งในนั้น
หนังเรื่องนี้เขียนบทโดยผู้เขียนบทและผู้กำกับคนเดียวกันกับเรื่อง Nothing Hill และ Love Actually
นั่นคือ Richard Curtis
 
เรื่องย่อ:
Tim ชายหนุ่มอายุ 21 ปี ค้นพบว่าเขาสามารถเดินทางข้ามเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆในอดีตของตัวเขาได้ การตัดสินใจของเขาในการทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นด้วยการหาแฟนซักคนกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
 
นักแสดง:
Domhnall Gleeson รับบทเป็น Tim
Rachel McAdams รับบทเป็น Mary
Bill Nighy รับบทเป็น Tim's dad
Lydia Wilson รับบทเป็น Kit Kat
Will Merrick รับบทเป็น Jay
 
 
**จากนี้จะเป็นรีวิวจากเรานะ อาจมีการสปอย ใครยังไม่ดูอย่าอ่านนะ
 
สำหรับเรื่องนี้เราชอบอยู่นะ แต่ถามว่าชอบที่สุดในบรรดาหนังแนวนี้ไหม
เราขอตอบว่าไม่ ไม่ใช่ว่าหนังไม่ดีหรืออะไรนะ แต่รู้สึกมันยังไม่ใช่สำหรับเราอ่ะ
แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่ชอบเลยซัที่เดียวนะ เราชอบการเล่าเรื่องของเขามากๆ
ตอนที่พระเอกกลับไปแก้อดีตเพื่อช่วยเพื่อนจนตัวเองเกือบเสียผู้หญิงที่รักไปนี่แบบ
เราแทบจะร้องไห้อ่ะ กลัวว่าเขาจะหากันไม่เจอ แต่สุดท้ายก็เจอดีใจฝุดๆ
แล้วก็ฉากสุดท้ายเลยที่เทิมกลับไปอดีกเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อใช้เวลาร่วมกับพ่อของเขา
เราร้องไห้เลยอ่ะ มันซึ้งมากเขาถ่ายทอดออกมาได้ดีมากอ่ะ
แล้วก็เราชอบเพลงประกอบของเรื่องนี้มากเลยเพลง How long will I love you? ของ
Ellie Golding มันเหมาะเจาะกับเรื่องนี้มาก นานแค่ไหนที่ฉันจะรักคุณ...
จำได้ว่าหลังจากหนังจบเราก็อมยิ้ม รู้สึกดีมากๆเลย เป็นหนัง feel good
อีกหนึ่งเรื่องหนึ่งที่เราแนะนำให้ทุกๆคนดูเลยนะ
ใครที่ยังไม่ดูไปหาดูซะ แล้วจะเสียใจที่ไม่ได้ดูหนังดีๆแบบนี้นะ บอกไว้เลย
 
 
ตัวอย่างหนัง
 
แถมๆเพลง How long will I love you

Recommend